พลังงานเป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิตความเป็นอยู่และวิวัฒนาการของปัจจัยสำคัญที่นำมาใช้ในการดำรงชีวิต ถ้าปราศจากพลังงานเราคงไม่
สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างสะดวกสบายเหมือนเช่นทุกวันนี้

พลังงานที่มนุษย์นำมาใช้ในยุคแรกๆ  ได้แก่พลังงานจากแรงงานมนุษย์และสัตว์   ต่อมามนุษย์รู้จักนำเอาพลังงานที่ได้จากธรรมชาติมา
พัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น เช่น พลังงานลม พลังงานน้ำและพลังงานที่ได้จากการเผาไหม้ของฟืนและถ่านหิน ลักษณะการใช้มิได้
มีการพัฒนาหรือปรับปรุงรูปแบบอะไรมากนัก

ด้วยวิวัฒนาการทางด้านวิชาการในสมัยต่อมา   มนุษย์เราสามารถค้นคว้านำเอาพลังงานในรูปแบบต่างๆ ที่สะดวกกว่าและมีประโยชน์
มากกว่ามาใช้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งปิโตรเลียมหรือน้ำมันและก๊าซ ซึ่งเป็นพลังงานที่มนุษย์นำมาใช้มากที่สุดในปัจจุบัน ปิโตรเลียม
จึงมีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตประจำวันของมนุษย์เรา ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม

 

น้ำมันปิโตรเลียมเป็นทรัพยากรที่มีจำกัด แหล่งน้ำมันใหญ่ๆ ไม่มีอยู่ใน
ประเทศไทยทรัพยากรที่มีค่านี้ ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำขึ้นได้ในทาง
เศรษฐกิจการเมือง และอื่นๆ แม้บางประเทศที่เป็นเพียงประเทศเล็กๆ
แต่หากพบว่ามีน้ำมันปิโตรเลียมอยู่ใต้พื้นดิน  ก็จะทำให้มีความสำคัญ
ขึ้นมาทันที  เช่น  ประเทศแถบทะเลทรายอย่าง  ซาอุดิอาระเบีย   อิรัก
อิหร่าน คูเวตหรือประเทศเล็กๆอย่างบรูไน เมื่อประเทศเหล่านี้มีแหล่ง
น้ำมันอันมหาศาลใต้พื้นดิน สามารถทำรายได้อย่างมากให้แก่ประเทศ
็กลายเป็นเมืองที่ มั่งคั่งและมีความสำคัญทางเศรษฐกิจโลกขึ้นมาในทันที


มนุษย์ต้องใช้พลังงานเพื่อขับเคลื่อนเครื่องจักรเครื่องยนต์ให้ทำงานอย่างมี
ประสิทธิภาพสูงขึ้นจากเดิมที่เราเคยใช้เครื่องจักรไอน้ำ  ซึ่งเป็นเครื่องยนต์
สันดาปภายนอก    ขับเคลื่อนขบวนรถไฟไปยังเมืองต่างๆ  ด้วยความเร็วที่
จำกัด   เมื่อมนุษย์ได้ประดิษฐ์เครื่องยนต์สันดาปภายในที่มีพลังงานสูงกว่า
และใช้พลังงานที่สะอาดกว่า เช่น  น้ำมันเชื้อเพลิง  ขึ้นมาทดแทนพลังงาน
จากผลิตภัณฑ์น้ำมันจึงมีบทบาทโดยตรงที่สำคัญยิ่งต่อการคมนาคม   ทั้ง
ทางบก  ทางน้ำและทางอากาศ   เพราะให้พลังขับเคลื่อนได้ดีกว่าพลังงาน
อย่างอื่น    ปริมาณการใช้น้ำมันก็เริ่มขยับตัวสูงขึ้น ยิ่งในปัจจุบันที่มีการ -
พัฒนาอุตสาหกรรมและการค้าเสรี    ยิ่งต้องเร่งให้ภาคการขนส่งเข้มแข็ง
ขึ้นเพื่อสนองตอบการเคลื่อนย้ายสินค้าและบุคคลในยุคเสรีไร้พรมแดนให้มี
ความสะดวกและคล่องตัวยิ่งขึ้น

 



 

เมื่อปิโตรเลียมมีบทบาทต่อการดำรงชีวิตมากขึ้น   จึงมีความสำคัญด้าน
เศรษฐกิจเป็นเงาตามตัว ทั้งทางตรงและทางอ้อม  เช่น  การลงทุนเพิ่มใน
สาขาปิโตรเลียม นับตั้งแต่การสำรวจ การผลิต การกลั่น  การค้าและจัดหา
ตลอดจนการทำธุรกิจต่อเนื่องเช่น ธุรกิจปิโตรเคมี ธุรกิจไฟฟ้าด้วยลักษณะ
เฉพาะของธุรกิจนี้มักจะเป็นกิจการใหญ่และขยายงานออกไปกว้างขวาง
เกือบทุกมุมของอุตสาหกรรม  ดังนั้นการดำเนินงานในเรื่องน้ำมันไม่ว่าจะ
เป็นบริษัทในประเทศ   หรือบริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย จึงต้องใช้เงินทุนมหาศาล   จึงทำให้เกิดการหมุนเวียนเงินตราในประเทศ
มากขึ้น  และยังส่งผลโดยทางอ้อมในเรื่องของการจ้างงานำให้ประชาชน
ในประเทศมีรายได้จากอุตสาหกรรมปิโตรเลียม      นอกจากนี้รายได้ภาษี
สรรพสามิตที่เก็บจากน้ำมันทั้ง 5ประเภท ได้แก่ น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล น้ำมันก๊าด น้ำมันเตาและก๊าซปิโตรเลียมนั้นทำรายได้ภาษีรวมกันถึงร้อยละ
33 จากรายได้ภาษีสรรพสามิตทั้งหมด