| |

 |
ปัญหาน้ำมันหล่อลื่นปลอม
ปัจจุบันขบวนการปลอมแปลงน้ำมันหล่อลื่นได้กลับมาเพิ่ม
ขึ้น หลังจากที่ซบเซาไปในช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอย การ
ปลอมแปลงดังกล่าวมีหลายรูปแบบทั้งนำน้ำมันเครื่องเก่าที่
ใช้แล้วมาฟอกสีและปรับปรุงกลิ่นสีแล้วจำหน่ายเป็น
ผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือในรูปแบบรับซื้อน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน
(ลูบเบส) นำมาปรับปรุงกลิ่น และสีให้เหมือนกับน้ำมัน
หล่อลื่นสำเร็จรูป ต่อจากนั้นก็นำไปเร่ขาย ซึ่งส่วนใหญ่จะ
นำไปจำหน่ายในต่างจังหวัดมากกว่า ในเขตเมืองการปลอม
น้ำมันเครื่อง
มีทั้งลักษณะบรรจุ ในภาชนะยี่ห้อที่ไม่รู้จัก
และขายในราคาต่ำ หรือมีการปลอมยี่ห้อให้เหมือนกับยี่ห้อ
ยอดนิยม มีคุณภาพสูง เช่น
เชลล์ คาลเท็กซ์ ปตท. เอสโซ่ฯ
ฯลฯ แต่จะขายในราคาที่ต่ำกว่า ซึ่งผู้บริโภคสามารถสังเกต
ก่อนการเลือกซื้อ โดยต้องตรวจสอบดูว่าภาชนะที่ใช้บรรจุ
น้ำมันหล่อลื่น มีซีลที่ปิดฝาขวดเรียบร้อยครบถ้วนหรือไม่
|
สิ่งจูงใจที่ก่อให้เกิดการปลอมแปลงน้ำมันหล่อลื่น
ปัจจุบันประเทศไทยใช้น้ำมันหล่อลื่นประมาณ
440 ล้านลิตรต่อปี ในปีพ.ศ.2545 มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 1.5
เหตุจูงใจที่ทำให้มี
ผู้ปลอมปนมากยิ่งขึ้น เนื่องจากสามารถทำกำไรได้สูง โดยการรับซื้อน้ำมันเครื่องเก่าในอัตราลิตรละ
2-3 บาท แต่อาจนำไปขายได้ถึงลิตร
ละ 20 บาท นอกจากนั้นการที่รัฐบาลได้ตั้งโครงการรับซื้อน้ำมันเครื่องใช้แล้วจากสถานีบริการน้ำมัน
อู่ซ่อม รถยนต์ และจักรยานยนต์ใน
อัตราลิตรละ 1 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคาที่ผู้ค้าน้ำมันปลอมปนซื้อ ส่งผลทำให้มีการลักลอบขายให้ผู้ค้าดังกล่าวและทำให้ขบวนการปลอมปน
ขยายตัวมากยิ่งขึ้น
ปัญหาของการใช้น้ำมันหล่อลื่นที่ไม่มีคุณภาพ
น้ำมันหล่อลื่นมีความสำคัญต่อทั้งกำลังและความทนทานของเครื่องยนต์
การเลือกใช้น้ำมันหล่อลื่นที่มีคุณภาพต่ำหรือน้ำมันปลอมปน
อาจไม่มีผลให้ทราบได้ทันที หากเครื่องยนต์ทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ
เพราะกำลังมักลดลงไม่มาก และในกรณีที่อายุการใช้งานของ
เครื่องยนต์สั้นลง ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาพอควรเนื่องจากเครื่องจะไม่เสียทันทีที่ใช้น้ำมันเครื่องคุณภาพต่ำ
แต่ลักษณะดังกล่าวถือว่าเป็น
การเอาเปรียบผู้บริโภค
การเลือกใช้น้ำมันเครื่อง
การเลือกใช้น้ำมันเครื่องต้องพิจารณาถึงคุณสมบัติทั้ง 3 ข้อที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ไม่ใช่เลือกแค่ชนิด
ยี่ห้อ หรือ รุ่นเท่านั้น
1. ชนิด ซึ่งมีการแบ่งออกเป็น 3 ชนิด
ได้แก่
1.1
น้ำมันเครื่องธรรมดา ผลิตจากน้ำมันหล่อลื่นขั้นพื้นฐานที่กลั่นจากน้ำมันปิโตรเลียม
ใช้งานในระยะทาง 3,000 - 5,000 กม.
1.2
น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ ผลิตจากการผสมน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานชนิดธรรมดากับชนิดกึ่งสังเคราะห์
ใช้งานในระยะทาง
4,000
- 7,000 กม.
1.3
น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ ผลิตจากน้ำมันหล่อลื่นขั้นพื้นฐานที่สังเคราะห์จากน้ำมันปิโตรเลียม
ใช้งานในระยะทาง
8,000
- 10,000 กม.
2. เกรดคุณภาพ ได้แก่ กลุ่มเครื่องยนต์เบนซิน
และ เครื่องยนต์ดีเซล
3. เกรดความหนืด เกี่ยวข้องกับการสร้างชั้นเคลือบและการไหลเวียน
เป็นอัตราการไหลของปริมาณน้ำมันเครื่องต่อขนาด และ
ความยาวของรูต่อหน่วยเวลา
ณ อุณหภูมิหนึ่ง ดังนั้นควรเลือกใช้น้ำมันเครื่องที่ตรงตามความต้องการตามคุณสมบัติของน้ำมัน
เครื่องแต่ละชนิด
ดังนั้นจึงไม่ควรเลือกเพราะเป็นน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ โดยไม่สนใจเกรดคุณภาพหรือความหนืด
หรือเลือกเพราะเกรดคุณภาพที่
พึงพอใจ โดยไม่สนใจชนิดและเกรดความหนืด เพราะน้ำมันเครื่องแต่ละรุ่นมีคุณสมบัติทุกด้านแตกต่างกัน
น้ำมันเครื่องสังเคราะห์
บางรุ่นมีอายุการใช้งานนานกว่าก็จริง แต่อาจมีเกรดคุณภาพต่ำกว่าน้ำมันเครื่องธรรมดาก็เป็นได้
มาตรการและแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำมันเครื่องปลอมของภาครัฐ
ในแต่ละปี มีน้ำมันหล่อลื่นที่ใช้แล้วจากภาคการขนส่ง อุตสาหกรรมและเรือประมง
ประมาณ 300 ล้านลิตร นอกจากการนำน้ำมันเหล่า
นี้ไปลักลอบทิ้งตามที่ต่าง ๆ แล้ว ยังมีปัญหาการนำน้ำมันที่ใช้แล้วไปผลิตเป็นน้ำมันหล่อลื่นคุณภาพต่ำขายตามต่างจังหวัด
ทำให้เกิด
ปัญหาสำหรับเกษตรกรนับล้านคน เพราะน้ำมันเหล่านี้จะถูกนำไปใช้กับเครื่องจักรกลการเกษตรและรถจักรยานยนต์
ดังนั้นภาครัฐได้มี
แนวทางในการแก้ไขปัญหาดังนี้
1. จะขอเงินอุดหนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานปีละ 300
ล้านบาท เพื่อนำไปรับซื้อน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้ว ซึ่งจะเป็น
การป้องกันการนำน้ำมันเหล่านี้ไปทำน้ำมันหล่อลื่นคุณภาพต่ำออกมาขายอีก
แต่น้ำมันเหล่านี้สามารถนำไปใช้เป็นพลังงานทดแทนได้
2. มีการผลักดันให้รัฐจัดระบบตลาดน้ำมันหล่อลื่น
รวมทั้งอาจต้องแก้ไขกฎระเบียบโดยใช้หลักผู้ก่อให้เกิดมลพิษเป็นผู้จ่ายด้วยการ
เพิ่มค่าการตลาดให้ผู้ขายน้ำมันหล่อลื่นต้นทาง
ซึ่งผู้ใช้จะต้องเป็นผู้รับภาระค่าการตลาดที่เพิ่มขึ้น และผู้ขายน้ำมันหล่อลื่นจะต้อง
ส่งผ่านค่าการตลาดไปให้ผู้จัดเก็บน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้ว
เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้วอย่างถูกวิธี กล่าวอีกนัย
หนึ่ง คือ
ผู้บริโภคจะต้องช่วยจ่ายค่ากำจัดน้ำมันหล่อลื่นนี้ด้วยนั่นเอง
3. มีการเตรียมตั้งกองทุนน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้ว
โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม ร่วมมือกับ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)
ได้เตรียมจัดตั้งกองทุนจัดการน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้ว
โดยวางแผนเก็บเงินจากโรงงานผลิตสมทบกองทุน พร้อมเข้มงวดกำจัดน้ำมัน
หล่อลื่นเก่าตามโรงงานอุตสาหกรรมและศูนย์บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่นและอู่ซ่อมรถยนต์มากขึ้น เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อ
สิ่งแวดล้อมและนำน้ำมันเครื่องที่ใช้แล้วมาจัดการอย่างผิดวิธี
และหลังจากการเปิดเสรีกิจการกำจัดกากอุตสาหกรรมแล้ว
ผู้ประกอบการจะใช้ข้ออ้างว่าราคาการกำจัดกากแพงไม่ได้อีกต่อไป
4. มาตรการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง
ของศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งจะมีการปราบปราม
อย่างจริงจังและมีการสรุปผลการปฏิบัติประจำทุก
ๆ เดือนให้ สนพ. ทราบ มาตรการดังกล่าวเชื่อว่าจะช่วยลดปัญหาการปลอม
-
แปลงน้ำมันเครื่องได้
|