3. มาตรการด้านความปลอดภัย

 
     3.1 ข้อมูลการป้องกันอันตราย
   
   การป้องกันไฟและระเบิด

      -  เป็นของเหลวติดไฟได้อันตรายปานกลาง ไอระเหยสามารถเกิด
          การติดไฟได้   เมื่อได้รับความร้อนที่อุณหภูมิสูงกว่าจุดวาบไฟ
      -  อาจเกิดการสะสมประจุไฟฟ้าสถิต และระเบิดได้   ต้องมีระบบ
         การต่อเชื่อมสายดินระหว่างภาชนะที่มีการถ่ายเทสารเคมี หรือ
         ต่อลงดินให้ถูกต้อง และควรตรวจสอบสายดินให้อยู่ในสภาพดี
         จุดต่อหรือจุดหนีบตัวคีบอยู่ในสภาพแน่นดี  คีบในตำแหน่ง
         ถูกต้อง (ตรงเนื้อโลหะของภาชนะที่ไม่มีสีเคลือบ)
      -  ป้องกันมิให้มีแหล่งกำเนิดไฟหรือความร้อนในบริเวณใกล้เคียง          และห้ามสูบบุหรี่
      -  อบรมให้พนักงานมีความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและระงับ
         อัคคีภัย จัดให้มีเครื่องดับเพลิงและอุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่
         เหมาะสม

    การระบายอากาศ
         จัดระบบระบายอากาศแบบเฉพาะที่ไว้ใกล้แหล่งกำเนิดมลพิษ
         ตัวอย่างในห้อง Lab ควรจัดให้มี Hood  ดูดอากาศและจัด
         ระบบระบายอากาศในที่อับอากาศ

    ชนิดของการป้องกันทางการหายใจ
         กรณีที่ในอากาศบริเวณทำงานมีไอและละอองของสารเคมีสูง
         เกินกว่าค่าที่ยอมให้มีได้  (TLV)   ควรสวมอุปกรณ์ป้องกัน 
         อันตรายต่อระบบทางเดินหายใจชนิด  organic  vapor
         respirator

    การป้องกันมือ
         หากต้องสัมผัสกับสาร ควรสวมถุงมือนิรภัยชนิดป้องกันการ
         ซึมผ่านของสารเคมี เช่นไนไตร หรือนีโอพรีน และถ้าสังเกต
         ว่าถุงมือเริ่มเสื่อมสภาพ ให้เปลี่ยนใหม่ทันที

     การป้องกันตา
       
งานที่อาจมีการกระเซ็นของสารเข้าตาพนักงาน    ควรสวม
         แว่นตานิรภัยชนิดมีกระบังข้าง    หากเป็นงานที่ต้องสัมผัส
         โดยตรงควรสวมที่ครอบตา (Goggles) ชนิดกันสารเคมี

    การป้องกันอื่น ๆ
          ควรสวมชุดคลุม  แขนยาวที่ทำด้วยวัสดุป้องกันการซึมผ่าน
          ของสารและรองเท้าบู๊ทยางชนิดทนสารเคมีเพื่อป้องกัน
          การเปรอะเปื้อนผิวหนังและร่างกาย

   3.2 การปฐมพยาบาล

   กรณีสัมผัสสารเคมีทางผิวหนัง
 
         รีบถอดเสื้อผ้า รองเท้า ที่เปรอะสารออก  ล้างผิวหนังด้วยน้ำ
         สะอาดและสบู่ ถ้าหากยังคงระคายเคืองอยู่  ให้รีบพบแพทย์

    กรณีสัมผัสสารเคมีทางตา
       
นำผู้ประสบอันตรายออกจากบริเวณที่เกิดเหตุโดยเร็ว ล้างตา
         ผ่านน้ำไหลเพื่อลดการระคายเคือง  (15 นาทีเป็นอย่างน้อย)
         หากอาการไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์โดยเร็ว

   กรณีได้รับสารเคมีโดยการหายใจ
         นำผู้ประสบอันตรายออกจากบริเวณที่เกิดเหตุโดยเร็วผู้เข้าไป
         ช่วยต้องสวมอุปกรณ์ป้องกันอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ
         ถ้าผู้ประสบอันตรายหายใจติดขัดหรือหยุดหายใจ  รีบทำการ
         ช่วยหายใจหรือ  CPR  (Cardiopulmonary
         Resuscitation) ทันทีพร้อมกับนำส่งแพทย์หน่วยงานที่ใช้
         สารเคมีนี้ควรมีการฝึกให้ผู้เกี่ยวข้องกับสารเคมีโดยตรง
         สามารถทำการช่วยหายใจได้ทุกคน

   ข้อแนะนำพิเศษในการรักษาพยาบาล
   (ระบุการรักษาหรือแก้พิษ)
 
        การกลืนกินสารห้ามทำให้อาเจียน เพราะจะเป็นอันตรายหาก
          เกิดการสำลักเข้าไปในปอด   และรีบส่งแพทย์พร้อมนำสลาก
          หรือภาชนะบรรจุไปด้วย    หรือจำชื่อสารเคมีให้ได้เพื่อส่ง
          หรือแจ้งให้แพทย์ทราบเป็นข้อมูลประกอบการรักษา

4. ข้อปฏิบัติที่สำคัญ

 
     4.1 การขนย้าย, การจัดเก็บ
          และการถ่ายเทสารเคมี
   
      -   เก็บในภาชนะในที่ร่มและมีอากาศถ่ายเทสะดวกอุณหภูมิของ
         สถานที่เก็บไม่ควรเกินอุณหภูมิ (Ambient Temperature)
          โดยห่างแหล่งกำเนิดประกายไฟหรือความร้อน
      -   เครื่องมือและข้อต่อต่างๆ  จะต้องได้รับมาตรฐานตามที่กฎ-
          หมายกำหนดแล้ว
      -  ระหว่างมีการถ่ายเทสารเคมี จะต้องจัดให้มี
               -  การต่อเชื่อมสายดินระหว่างภาชนะที่มีการถ่ายเทสาร
                  หรือต่อลงดิน
               - ระบบระบายอากาศที่ดี หรือทำในHood (สำหรับห้อง
                  ปฏิบัติการเคมี) ที่เป็นระบบป้องกันการระเบิด  บริเวณ
                  อากาศออกของระบบระบายอากาศจะต้องมีอากาศถ่ายเท
                  ได้สะดวก  ไม่มีประกายไฟหรือแหล่งความร้อนอยู่ใกล้
       -  ไม่เปิดปิดภาชนะใกล้เปลวไฟ หรือประกายไฟ
       -  หลังการถ่ายเทสารเคมีทุกครั้งปิดฝาภาชนะให้สนิท  
       -  จัดเครื่องมือกลที่เหมาะสมในการยกถังและภาชนะขนาดใหญ่
       -  ภาชนะที่ใช้แล้ว อาจมีความเป็นพิษเหลืออยู่ ให้ทำงานอย่าง
          ระมัดระวัง
       -  อุณหภูมิในการขนถ่ายสารเคมี : อุณหภูมิห้อง ถึง 40 ํ C
       -  อุณหภูมิในการเก็บรักษา : อุณหภูมิห้อง ถึง 40 ํ  C
 
     4.2 การป้องกันการกัดกร่อน หรือการ
          ป้องกันการละลายจากสารเคมี
   
       -  หากมีการใช้ภาชนะบรรจุที่ไม่ทราบคุณสมบัติ  ควรทดสอบ
           ความเหมาะสมในการใช้ภาชนะจนแน่ใจว่าน้ำมันดีเซลจะไม่
           ละลายภาชนะบรรจุหรือผิวภาชนะบรรจุที่เคลือบไว้
    
      4.3 การจัดการถ้ามีการรั่วหรือการหก

     บนบก
     -
 กั้นสารที่หกมิให้ขยายบริเวณและสูบสารกลับคืนโดยใช้ปั๊ม
            ที่มีการป้องกันการระเบิด หรืออาจใช้วัสดุดูดซับอื่น ๆ ตาม
            ความเหมาะสม
       -   ประกาศเตือนผู้ที่อยู่ในบริเวณใต้ลม  ต่อการติดไฟ และการ
           ระเบิด   ขจัดแหล่งกำเนิดไฟและความร้อนและสกัดกั้นการ
           รั่วไหลของสารโดยเร็ว
       -   ป้องกันมิให้สารไหลลงสู่ท่อน้ำแหล่งน้ำหรือปนเปื้อนพืชผัก
           บริเวณใกล้เคียงและรีบแจ้งให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง
           ทราบ

     ในน้ำ
     
-   ขจัดแหล่งกำเนิดไฟและความร้อน
       -   แจ้งเตือนผู้สัญจรทางน้ำอื่นๆ โดยเฉพาะที่อยู่ใต้ลม เพราะ
           อาจเกิดติดไฟและการระเบิดได้  และแจ้งหน่วยงานที่
           เกี่ยวข้องได้รับทราบโดยเร็ว
       -   ตักผิวหน้าออกหรือใช้สารดูดซับที่เหมาะสมปรึกษาผู้เชี่ยว
           ชาญในการกำจัดสารที่รวบรวมได้  โดยจะต้องเป็นไปตาม
           ข้ออนุญาตของกฎหมายด้วย

     4.4 วิธีการกำจัด

      -   สารเคมีนี้ แนะนำให้ติดต่อกำจัดขยะสารเคมีกับสถานที่กำ
          จัด ที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายอย่างถูกต้อง
      -  หากมีข้อสงสัย โปรดติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อขอคำ
          แนะนำ

     4.5 การใช้สารดับเพลิง

     ผงเคมีแห้ง โฟมดับเพลิง หรือคาร์บอนไดออกไซด์

      4.6 การผจญเพลิง

      -   ควรดับเพลิงด้วยผงเคมีแห้ง โฟมดับเพลิง  หรือคาร์บอน
          ไดออกไซด์
      -   ถ้าหากสารที่หกหรือรั่วออกมา ยังไม่เกิดการติดไฟ ให้ใช้
           ละอองน้ำในการกระจายไอระเหย  และใช้ป้องกันผู้เข้าไป
           ดับเพลิง
      -   การฉีดน้ำกระจายแผ่เป็นฝอย  เพื่อหล่อเย็นพื้นผิวภาชนะ -
          บรรจุที่สัมผัสกับความร้อน
      -   จำกัดการลุกไหม้ของสารเคมี  ให้อยู่ในระดับที่ควบคุมได้
           แล้วดับเพลิงด้วยโฟมดับเพลิงหรือผงเคมีแห้ง
      -   ฉีดคลุมสารเคมีที่หกรั่วไหลด้วยโฟมดับเพลิง
      -   พนักงานที่ปฏิบัติงานผจญเพลิง  ควรสวมอุปกรณ์ ป้องกัน
          อันตรายต่อระบบทางเดินหายใจและดวงตา
      -   พนักงานที่ปฏิบัติงานผจญเพลิงควรเป็นพนักงานที่ผ่าน
           การอบรมการผจญเพลิงมาก่อน

หน้าแรก
 
 
หน้าหลัก   I   ข่าวสาร   I   สาระน่ารู้   I   ประวัติ   I   ความปลอดภัย   I   กฎระเบียบ   I   สถิติ   I   คุณรู้ไหม   I   การติดต่อ