| |
| |
 |
| |
มาตรการในการรักษาความปลอดภัย สุขชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมที่คลังน้ำมัน
และการขนส่งน้ำมันจากคลังสู่สถานีบริการ มีความ
เข้มงวดไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ามาตรการที่ใช้ที่โรงกลั่นน้ำมัน โดยทั่วไปการขนส่งน้ำมันจากโรงกลั่นน้ำมันไปสู่คลัง และจากคลังสู่สถานี
บริการมีวิธีการขนส่งหลายประเภท คือการขนส่ง ทางท่อ ทางเรือ ทางรถไฟ
และทางรถบรรทุกน้ำมัน
 |
|
การขนส่งน้ำมันทางท่อนับได้ว่าเป็นวิธีการขนส่งที่กระทำได้อย่าง
ต่อเนื่อง ปลอดภัย และประหยัดค่าใช้จ่ายในประเทศไทย
ปัจจุบัน
มีท่อส่งน้ำมันที่เปิดดำเนินการ 2 เส้นทาง
เส้นทางแรกเป็นของ
บริษัทท่อส่งปิโตรเลียมไทย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของบริษัท
น้ำมันหลายบริษัท ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่ขนส่งน้ำมันทางท่อ
จากโรงกลั่นน้ำมันแถบศรีราชา จ.ชลบุรี ไปยังคลังน้ำมันที่ลำลูกกา
จ.ปทุมธานี และคลังน้ำมันที่สระบุรี ในอนาคตจะรับน้ำมันจาก
โรงกลั่นที่ จ.ระยอง เข้าระบบด้วย นอกจากนี้ในระยะยาวยังมี
แผนการจะสร้างท่อส่งน้ำมันต่อไปยังภาคอีสาน เส้นทางลำเลี่ยง
และขนส่งน้ำมันทางท่ออีกเส้นทางหนึ่งคือเส้นทางรับน้ำมันจาก..
(See Attached) โรงกลั่นน้ำมันบางจาก ผ่านคลังน้ำมัน
พระโขนง และคลังน้ำมันที่ช่องนนทรีส่งไปยังคลังน้ำมันปลาย
ทางที่ อ.บางประอิน จ.พระนครศรีอยุา ในอนาคตมีโครงการจะ
ต่อไปยังภาคเหนือ ท่อเส้นนี้ดำเนินการโดยบริษัท ขนส่งน้ำมัน
ทางท่อ จำกัด ระบบขนส่งน้ำมันทางท่อเหล่านี้ใช้มาตรการด้าน
การป้องกันและรักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ดังนี้ |
ระบบท่อส่งน้ำมัน
1. แนววางท่อต้องเป็นแนวที่ห่างไกลชุมชน สะดวกต่อการก่อสร้าง การปฏิบัติการ
และการบำรุงรักษา แนวท่อจะวางไปตามแนวเขต-
ของการรถไฟ หรือตามแนวเขตใต้สายส่งไฟฟ้าแรงสูง
แล้วแต่ความเหมาะสมของสถานที่
2. ท่อทำจากวัสดุเหล็กเหนียวตามมาตรฐานสากล มีความหนาประมาณ 1.5 เซนติเมตร
สามารถทนแรงดันได้ 2,000 ปอนด์ต่อตาราง
นิ้ว (สูงกว่าแรงดันในถังก๊าชหุงต้มที่ใช้ภายในบ้านถึง 8
เท่า ) ผิวภายในและภายนอกท่อเคลือบด้วยสารป้องกันการสึกกร่อน มี
Cathodic Protection เพื่อกันการสึกกร่อน ในกรณีที่สารเคลือบผิวด้านนอกเสียหาย
นอกจากนี้ ยังพอกคอนกรีตในช่วง
ลอดใต้ถนนหรือบริเวณที่ดินนิ่ม
3. ในระหว่างก่อสร้าง จุดเชื่อมต่างๆ ต้องผ่านเอ็กซเรย์ 100%
และทดสอบแรงดันอย่างน้อยได้ 110% ของแรงดันที่ใช้งานสูงสุด
4. ท่อฝังลึกใต้พื้นดินประมาณ 1.5 เมตร และมีป้ายบอกตำแหน่งแนวท่ออย่างชัดเจนไปตลอดทาง มีการระบุสถานที่และเบอร์โทรศัพท์
ที่สามารถติดต่อได้ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินต่างๆ
5. ระบบท่อควบคุมด้วย Supervisory Control and Data Acquisition
System (SCADA) ซึ่งเป็นระบบ ควบคุม
ตรวจสอบและรายงานการทำงานทุกส่วนของระบบท่อ และส่งตรงมายัง
ศูนย์ควบคุมที่ลำลูกกา ในกรณีที่มีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้น
เช่น มีการรั่วไหล ของน้ำมันหรือท่อแตก
ที่จุดใดจุดหนึ่ง ระบบ SCADA นี้ จะสั่งการไปยัง Emergency Shutdown
Valve
ซึ่งเป็นระบบอัตโนมัติที่มี Block Valve ควบคุมการรั่วไหลของน้ำมันทุกๆระยะห่างประมาณ
16 กม. Valve นี้จะปิดกั้นการไหล
ของน้ำมันโดยอัตโนมัติและแยกส่วนที่เป็นปัญหาออกจากระบบ
พร้อมทั้งส่งสัญญาณแจ้งจุดที่เกิดปัญหาไปยังศูนย์กลางควบคุมเพื่อ
ให้เจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติการควบคุมตลอด
24 ชั่วโมง สามารถเข้าไปแก้ไข ปัญหาที่จุดเกิดเหตุได้ทันที
6. มีการจัดเตรียมอุปกรณ์ซ่อมแซมรอยรั่วและขจัดคราบน้ำมันพร้อมไว้ตลอดเวลา
มีมาตรการฉุกเฉินกรณีเกิดอุบัติเหตุโดยประสานงาน
กับหน่วยราชการท้องถิ่น และมีการฝึกซ้อมดับเพลิงอย่างสม่ำเสมอ
7. มีเจ้าหน้าที่ตรวจตราตลอดแนวท่อ เพื่อดูแลความเรียบร้อยและให้ความรู้ความเข้าใจกับชุมชน
ที่อยู่บริเวณแนวท่อ
มาตรการป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ในการพัฒนาโครงการท่อส่งน้ำมัน ได้คำนึงถึงการหลีกเลี่ยงและป้องกันการเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ดังนี้
1. ใช้พื้นที่ร่วมกับพื้นที่ของรัฐที่มีการใช้ประโยชน์ไปแล้ว เช่นพื้นที่เขตทางรถไฟ
เขตทางของถนนทางหลวง
2. หลีกเลี่ยงการรบกวนที่ดิน การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ของประชาชน
ในกรณีที่ต้องใช้ที่ดินของเอกชน ในการก่อสร้างจะต้องจ่าย
ค่าชดเชยในราคาที่เป็นธรรม และเจ้าของทรัพย์สินพอใจ
3. หลีกเลี่ยงการผ่านวัด มัสยิด และศาสนสถานอื่นๆ
4. หลีกเลี่ยงการรบกวนพื้นที่เกษตรกรรมและชุมชนใหญ่
5. มีมาตรการป้องกันการพังทลายของดิน
6. มีมาตรการป้องกันและลดผลกระทบต่อคุณภาพน้ำ
7. ปลูกต้นไม้ทดแทนบริเวณริมทางถนนหรือทางรถไฟ

การขนส่งน้ำมันจากคลังไปยังสถานีบริการน้ำมันส่วนใหญ่ จะใช้รถบรรทุกน้ำมันที่มีขนาดบรรจุผลิตภัณฑ์น้ำมันต่างกัน
ตั้งแต่ 5,000
ถึง 30,000 ลิตร ซึ่งส่วนใหญ่จะมีมาตรการระบบการบริหารความปลอดภัย
ดังนี้
1. การเติมจ่ายแบบอัตโนมัติ พนักงานขับรถสามารถนำบัตรมารูด ระบบคอมพิวเตอร์
จะกำหนดปริมาณน้ำมันที่รถแต่ละคันสามารถ-
เติมได้ไปยังหัวจ่ายอย่างแม่นยำ
2. ระบบการเติมจ่ายน้ำมันจากด้านล่าง ซึ่งนิยมใช้กันในคลังน้ำมันหลายแห่งในปัจจุบันนี้
ทำให้เกิด ความปลอดภัยต่อสุขภาพ
และสิ่งแวด ล้อม เพราะจะช่วยลดปริมาณไอน้ำมันที่จะระเหยออกสู่อากาศภายนอกได้
ด้วยอุปกรณ์เก็บไอน้ำมัน (Vapor Recovery
Unit) ที่สามารถเก็บไอน้ำมันเข้าสู่ระบบ ควบคุมโดยไหลไปตามท่อที่เชื่อมต่อกับระบบควบคุมหลักที่อยู่ภายนอก
ไอน้ำมันจะผ่าน
เข้าไปในถัง ที่มีผงถ่านคอยรับไอน้ำมันไว้จนอิ่มตัว
จากนั้นอุปกรณ์ส่วนที่เหลือ จะดูดซับไอน้ำมันให้เป็นของเหลว
และสูบกลับไปที่
ถังเก็บน้ำมันอีกครั้ง อุปกรณ์ควบคุมไอน้ำมันนี้ช่วยลดปริมาณไอน้ำมันที่จะออกสู่บรรยากาศ
ซึ่งเป็นภัยต่อสุขภาพ และสิ่งแวดล้อม
รัฐบาลไทย โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน
มีนโยบายให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเช่น กรมโยธาธิการ กรมควบคุมมลพิษ
และกรมทะเบียนการค้า ร่วมกันหารือเพื่อวางมาตรการออกร่างกฏหมายเพื่อควบคุมไอน้ำมันจากการจ่ายน้ำมัน
บริษัทน้ำมันหลายแห่ง
จึงได้เริ่มติดตั้งระบบจ่ายน้ำมันที่ปลอดภัยนี้แล้ว
3. การผนึกฝาปิดถังน้ำมันรถเป็นระบบนิรภัยขั้นสุดท้ายก่อนที่รถบรรทุกน้ำมันจะออกจากคลังน้ำมัน
การผนึกฝาปิดถังน้ำมันจะช่วย
ป้องกันน้ำมันหกออกจากถังรถในขณะที่รถวิ่งบนถนนหรือในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ
4. ติดตั้งอุปกรณ์นิรภัยไว้ทั่วลานจ่ายน้ำมัน แม้กระทั่งในขั้นตอนของการดักเก็บไอน้ำเดสทิเนชั่นอเรสเตอร์
ซึ่งเป็นอุปกรณ์ความ
ปลอดภัยที่ป้องกันการระเบิดที่อาจเกิดขึ้นได้ที่ลานจ่าย
ไม่ให้ลุกลามต่อไปสร้างความเสียหายต่ออุปกรณ์รวมทั้งระบบ
เมื่ออุปกรณ์
ควบคุมไอน้ำมันทำงานผิดปกติ อุปกรณ์ความปลอดภัยนี้
จะแสดงผลให้เจ้าหน้าที่เข้าไปแก้ไขทันท่วงที นอกจากนี้ ยังมีระบบป้องกัน
ควบคุมเพลิง ในกรณีที่มีน้ำมันล้นออกมาแล้วเกิดเพลิงไหม้
โดยมีอุปกรณ์ตรวจจับเพลิง ถ้าตรวจจับได้ว่ามีควันหรือเพลิง
อุปกรณ์
นี้จะฉีดน้ำโฟมเพื่อดับเพลิง หรือพนักงานสามารถกดปุ่มที่โรงจ่ายน้ำมันได้เลย
เพื่อให้ระบบดับเพลิงทำงาน
5. ติดตั้งป้ายเตือน ข้อควรปฏิบัติต่างๆ ทั่วบริเวณพื้นที่ของลานจ่ายน้ำมัน
อาทิ การปิดเครื่องมือสื่อสาร ดับเครื่องยนต์ ห้ามสูบบุหรี่
งดเว้นกิจกรรมทุกประเภทที่อาจก่อให้เกิดประกายไฟที่รถบรรทุกน้ำมัน
จะติดป้ายเตือนไว้หน้าถัง หลังถัง หรือที่หัวแก๋งรถ ให้รถ
คันอื่น รู้ว่าบรรทุกวัตถุไวไฟที่ไม่สมควรไปวิ่งใกล้
6. ดูแลความปลอดภัยส่วนบุคคลของผู้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด อาทิ
การสวมชุดนิรภัยขณะที่มี การเติมจ่ายน้ำมัน การสวมถุงมือ
การสวมหมวกนิรภัย พนักงานขับรถน้ำมัน
ผ่านการฝึกอบรมอย่างเข้มงวด ต้องตรวจความพร้อมก่อนขับรถออกสู่ถนน
สิ่งที่ต้อง
คำนึงถึงคือ ความปลอดภัย พนักงานต้องไม่เหนื่อยล้า
ไม่อ่อนเพลียก่อนทำงาน ตรวจดูความพร้อมของสภาพรถ ยาง
อุปกรณ์
ฉุกเฉิน อุปกรณ์ดับเพลิง เวลาขับรถน้ำมัน ต้องขับอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ
ไม่เร่งเครื่อง ไม่แซง ไม่แข่ง
|
|